nvidia

Intel ร่อนจดหมายถล่ม nVidia

posted on 24 Feb 2009 19:32 by asus506 in News

อินเทลเริ่มทำการส่งจดหมายเป็นเชิงบีบบรรดาผู้ผลิตเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม Ion ของ NVIDIA โดยเนื้อหาอธิบายเกี่ยวกับชิพเซ็ตของ Ion ว่าดัดแปลงมาจาก ชิพเซ็ต MCP79M/NCP7A (ซึ่งออกแบบมาสำหรับซีพียูตระกูล Core2) ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงที่อินเทลอนุญาตให้ NVIDIA ผลิตชิพเซ็ตให้กับซีพียูของบริษัทในช่วงปี 2004-2007 ได้  เพราะเหมือนกับเอาสัญญาอนุญาตเก่าและชิพเซ็ตเก่ามาสร้างให้กับซีพียูใหม่ แต่อย่างไรก็ดี ชิพเซ็ตของทางอินเทล (945GSE) นั้นก็เป็นชิพเซ็ตตัวเก่าที่มีอายุกว่า 4 ปีแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ อินเทลยังกล่าวอีกว่าการใช้แพลตฟอร์มจาก NVIDIA จะทำให้ราคาของทั้งระบบสูงขึ้นราวๆ 50-100 เหรียญสหรัฐฯ และยังไม่รวมถึงการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นด้วย (แต่อินเทลเองก็ไม่พูดถึงเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก Ion เช่นกัน) อีกทั้งอินเทลยังมีแผนที่จะนำชิพ Atom ตัวใหม่ที่มีทั้งซีพียูและจีพียูรวมอยู่ด้วยกัน (รหัสพัฒนา Pineview) ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์ม Ion นั้นคงจะมีอายุไม่นาน

อินเทลคงต้องพยายามเต็มที่กันหน่อย ไม่งั้นมีหวัง Atom ได้เข้าไปแย่งตลาดของซีพียูรุ่นพี่ในตลาดมัลติมีเดียแน่ๆ

ที่มา blognone.com

nVidia ยังไม่ทันจะปล่อยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีแบบ D10U ออกมาเลย ก็มีข่าววงในออกมาแล้วว่า nVidia สามารถผลิตเทคโนโลยี D12U ซึ่งข้ามช็อตไป 2 รุ่นเลย

หลาย ๆ บริษัทที่ผลิต Memory ได้ยืนยันว่า nVidia จะใช้เทคโนโลยี D12U ใน GDDR5 ซึ่งพวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะเริ่มก็ผลิตในช่วงท้ายปี 2009

ถึงแม้ว่า nVidia จะยังไม่ปล่อยสินค้าออกมาในตอนนี้ แต่เราก็ได้เห็น GDDR5 ของทาง ATI ไปแล้วซึ่งอยู่ในชิป RV770XT

GDDR 5 ในตอนนี้ใช้การผลิตแบบ 70nm แต่เมื่อถึงปี 2009  nVidia คงจะใช้การผลิตแบบ 55nm สุดท้ายนี้ ที่บริษัทที่ผลิตหน่วยความจำต่าง ๆ ยังไม่เร่งผลิต GDDR5 ออกมาเพราะ ต้องการรอให้กลไกราคาของตลาดใน GDDR รุ่นอื่น ค่อย ๆ ตกราคาตามระยะเวลานั่นเอง

เมื่อเย็นวันที่ 4 มิถุนายน อินเทลได้ประกาศที่เมืองไทเปถึงการจะนำเอาชิปส่วนที่ใช้ประมวลผลการ Encoding วีดีดโอใส่ไว้ใน CPU ด้วยเลย ซึ่งผลคือ การประมวลผลด้วยการทำงานที่เกี่ยวกับวีดีโอจะทำให้คุณภาพของภาพที่ได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น เพราะว่าประมวลผลจาก Raw processing เลย ซึ่งจะทำงานกับapplication ที่ชื่ว่า CUDA

นาย Piednoel 1 ในทีมงานของ Intel ได้ออกมากล่าวถึงเทคโนโลยี การแบ่งหน้าจอออกแล้วแบ่งกันประมวลผลของ nVidia ว่าเป็นการประมวลผลที่แย่เอามาก ๆ และบอกว่า พวกเรา Intel จะขอเป็นคนกำหนดเส้นทางของพวกเราเอง

Intel กล่าวอีกว่า การจะใช้ GPU มาเปรียบเทียบนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่า GPU ไม่ได้มี x86 cores เช่นเดียวกับ CPU แถม GPU นั้นเหมาะแค่การประมวลผลด้านกราฟิกเพียงอย่างเดียวและยังมีข้อจำกัดของการทำงานอีก

Intel เชื่อว่า สถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดของ AMD และ nVidia จะต้องไม่ถูกต้องแม่นยำและพยายามทำได้แค่ให้ pixel ของภาพดีขึ้น Intel จะทำการเปิดตัวฟังชั่นนี้กับ x86 cores ซึ่งสามารถใช้สถาปัตยกรรมของ Larrabee ได้

 

 

เพิ่งเปิดตัวไปที่ไทเปเมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อเย็นวานนี้เองครับ สำหรับชิปตระกูล Tegra แบ่งประเภทการใช้งานดังนี้

  1. ใช้กับ Mobile Internet
  2. ใช้กับ Sub-notebooks
  3. ใช้กับ Smartphones

สำหรับระบบบนชิบ Tegra สามารถเล่น high-definition video ได้อย่างสบาย ๆ ในชิป Tegra มี ARM 11 CPU core ประกอบด้วย

  • GeForce graphics core
  • HD video processor
  • Image processor
  • HDMI port และอื่น ๆ

มาดูที่คุณสมบัติของ Tegra APX 2500 ซึ่งเป็นชิปของSmart Phone รายละเอียดดังนี้

  • ความเร็วของชิป600 MHz
  • รองรับความละเอียดหน้าจอสูงสุดที่ 854*480
  • มีหน่วย Support ระบบความจำเครื่อง 166 MHz
  • สามารถถอดรหัสการดูวีดีโอแบบ 720p h.264 ได้ที่ความเร็ว 30 fps
  • สามารถ Encode ไฟล์ที่มีค่า Resolution เท่าเดิมได้อย่างรวดเร็ว

ใน Tegra อีก 2 รุ่น ชื่อว่า Tegra 600 และ Tegra 650 อยู่ในกลุ่มของ Mobile Internet Device และNoteBook แบบพกพาขนาดเล็ก Tegra 600 มีความเร็วชิป 700 MHz และสามารถแสดงผลหน้าจอได้สูงสุดที่ 1,280*1,024 และที่เหมือนกันกับ Tegra APX 2500 คือ สามารถถอดรหัสการดูวีดีโอแบบ 720p h.264 ได้ที่ความเร็ว 30 fps

ในส่วนของ Tegra 650 ซึ่งเป็นชิประดับ Hi-End ของตระกูล Tegra มีความเร็วชิป 800MHz สามารถรองรับหน้าจอที่มีความละเอียดได้สูงสุด 1,680*1,050 และยังสามารถ ถอดรหัสการดูวีดีโอแบบ 1080p HD ได้ด้วยความเร็ว 24 เฟรม/วินาที อีกด้วย

 

 

ฟังดูแล้วถึงกับอึ้งไปเลยเพราะ ความสามารถที่กล่าวมาของชิป มันใช้พลังงานต่ำกว่า 1 W ตอนที่ชิปทำงานด้วยไฟเลี้ยงสูงสุด nVidia ยังบอกอีกว่ามันเล็กกว่าชิปที่อยู่ใน iPhone เสียอีก และมันสามารถเล่นหนังแบบ 720p, h.264 HD ได้ติดต่อกันถึง 26 ชั่วโมง อีกทั้งสามารถเล่นเพลงต่อกันได้ถึง 130ชั่วโมง